สรุปขั้นตอนการขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา (US Visa B1/B2) และเทคนิคสัมภาษณ์อย่างไรไม่ให้ตื่นเต้น (ฉบับปี 2026)
Visa GuideFeatured

สรุปขั้นตอนการขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา (US Visa B1/B2) และเทคนิคสัมภาษณ์อย่างไรไม่ให้ตื่นเต้น (ฉบับปี 2026)

คู่มือขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา B1/B2 ปี 2026 สำหรับคนไทย ครบทั้ง DS-160 เอกสาร ค่าธรรมเนียม MRV การจองสัมภาษณ์ และเทคนิคตอบคำถามให้มั่นใจ

BKK AIR Editorial TeamUpdated 2026-07-2512 min read2,264 words
Text Size

สรุปขั้นตอนการขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา (US Visa B1/B2) และเทคนิคสัมภาษณ์อย่างไรไม่ให้ตื่นเต้น (ฉบับปี 2026)

อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2026

เวลาอ่าน: ประมาณ 18 นาที


เปิดบทความ

อเมริกา คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่คนไทยฝันอยากไปมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส ลาสเวกัส หรือฟลอริดา แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนหยุดชะงักก่อนซื้อตั๋วคือ วีซ่า B1/B2 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความยากและการสัมภาษณ์ที่ทำให้หัวใจเต้นแรง

ข่าวดีคือ ปี 2026 มีการอัปเดตหลายอย่างที่น่าสนใจ และถ้าคุณเตรียมตัวถูกต้อง โอกาสผ่านสัมภาษณ์ในครั้งแรกสูงมากกว่าที่คิด บทความนี้รวบรวมทุกอย่างไว้ครบ ตั้งแต่เอกสาร ขั้นตอน ไปจนถึงคำถามสัมภาษณ์จริงและวิธีตอบที่ได้ผล


วีซ่า B1/B2 คืออะไร และต่างกันอย่างไร?

วีซ่า B1 และ B2 เป็นวีซ่าประเภทนักท่องเที่ยวและธุรกิจชั่วคราวของสหรัฐอเมริกา ส่วนใหญ่จะออกให้เป็น B1/B2 รวมกันในใบเดียว

B1 (Business Visitor) ใช้สำหรับ:

  • เข้าร่วมประชุม สัมมนา หรือ conference
  • เจรจาสัญญาธุรกิจ
  • ฝึกอบรมระยะสั้น
  • ไม่รวมการรับเงินเดือนจากแหล่งในสหรัฐฯ

B2 (Tourist Visitor) ใช้สำหรับ:

  • ท่องเที่ยวพักผ่อน
  • เยี่ยมเพื่อนหรือครอบครัว
  • รับการรักษาพยาบาล
  • เข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมหรือการกุศล

ระยะเวลาที่อยู่ได้: สูงสุด 6 เดือนต่อการเข้าแต่ละครั้ง (เจ้าหน้าที่ตม. ที่สนามบินเป็นผู้กำหนดขั้นสุดท้าย)

อายุวีซ่า: หากผ่าน มักได้วีซ่า multiple-entry อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นข้อดีมากเพราะไม่ต้องยื่นบ่อย


อัปเดตสำคัญปี 2026 ที่ต้องรู้ก่อนยื่น

1. ค่าธรรมเนียม MRV ยังคงที่ที่ $185 แต่มีค่าธรรมเนียมใหม่ที่กำลังจะมา

ค่าธรรมเนียม MRV (Machine Readable Visa) สำหรับวีซ่า B1/B2 ยังอยู่ที่ $185 (ประมาณ 6,700 บาท) ต่อคน ไม่มีส่วนลดสำหรับเด็กหรือผู้สูงอายุ และไม่คืนเงินหากวีซ่าไม่ผ่าน

นอกจากนี้ มี Visa Integrity Fee $250 ที่ผ่านกฎหมายในปี 2025 แต่ยังไม่เริ่มเก็บจริงณ ขณะนี้ แนะนำให้ตรวจสอบเว็บไซต์ State Department ก่อนยื่นเสมอ

2. การสัมภาษณ์บังคับแทบทุกคนตั้งแต่กันยายน 2025

ตั้งแต่กันยายน 2025 เป็นต้นมา การยกเว้นสัมภาษณ์ (Interview Waiver) ถูกยกเลิกแทบทั้งหมด ผู้สมัครครั้งแรกทุกคนทั่วโลก รวมถึงคนไทย ต้องเข้าสัมภาษณ์ที่สถานทูตเท่านั้น ยกเว้นผู้ต่ออายุวีซ่าที่เคยมีวีซ่า B1/B2 หมดอายุภายใน 48 เดือนและตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด

3. มีคำถามใหม่เกี่ยวกับความกลัวที่จะกลับประเทศ

ปี 2025-2026 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เพิ่มคำถามใหม่เกี่ยวกับว่าผู้สมัคร "กลัวที่จะกลับประเทศไทยหรือไม่" ซึ่งเป็นการคัดกรองผู้ที่อาจพยายามขอลี้ภัยผ่านวีซ่าท่องเที่ยว ตอบตรงๆ และซื่อสัตย์เสมอ

4. ระบบจองคิวสัมภาษณ์ที่กรุงเทพและเชียงใหม่

สถานทูตสหรัฐฯ ให้บริการ 2 แห่ง คือ กรุงเทพฯ (ถนนวิทยุ) และเชียงใหม่ ระยะเวลารอนัดสัมภาษณ์ในกรุงเทพฯ อาจแตกต่างกันตามฤดูกาล ช่วง peak อาจรอนานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน แนะนำให้จองล่วงหน้าและตรวจสอบเวลารอปัจจุบันได้ที่ ustraveldocs.com


เอกสารที่ต้องเตรียม (Checklist ฉบับสมบูรณ์)

หมวด 1: เอกสารพื้นฐาน

  • พาสปอร์ตที่มีอายุใช้งานเหลืออย่างน้อย 6 เดือน หลังวันที่วางแผนจะออกจากสหรัฐฯ
  • พาสปอร์ตเล่มเก่าทุกเล่ม (แสดงประวัติการเดินทาง)
  • รูปถ่ายสี ขนาด 5 x 5 ซม. (2 x 2 นิ้ว) พื้นหลังสีขาว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน (มาตรฐาน ICAO)
  • สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรแสดงตัวตนในไทย
  • แบบฟอร์ม DS-160 ที่กรอกครบและมีบาร์โค้ดยืนยัน (พิมพ์หน้าแรก)
  • ใบเสร็จชำระค่าธรรมเนียม MRV $185

หมวด 2: เอกสารการเงิน

  • Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน (ตัวจริงจากธนาคาร)
  • หนังสือรับรองยอดเงินฝาก (Bank Certificate)
  • สมุดบัญชีธนาคาร (ถ้ามี)
  • หลักฐานทรัพย์สินอื่นๆ เช่น โฉนดที่ดิน, หุ้น, พันธบัตร
  • แนะนำมีเงินอย่างน้อย $5,000 USD (ประมาณ 180,000 บาท) สำหรับทริป 15 วัน หรือ $10,000 USD สำหรับทริป 1 เดือน

หมวด 3: หลักฐานการทำงานและสถานภาพ

มนุษย์เงินเดือน:

  • หนังสือรับรองการทำงาน (ภาษาอังกฤษ) ระบุตำแหน่ง เงินเดือน และวันลาที่ได้รับอนุมัติ
  • สลิปเงินเดือน 3-6 เดือนล่าสุด
  • หนังสือรับรองการจ่ายภาษี (ถ้ามี)

เจ้าของธุรกิจ:

  • หนังสือรับรองบริษัทจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (ไม่เกิน 3 เดือน)
  • งบการเงินหรือเอกสารแสดงรายได้ธุรกิจ
  • บัตรนามบัตร และเว็บไซต์บริษัท (ถ้ามี)

นักเรียน/นักศึกษา:

  • หนังสือรับรองการเป็นนักศึกษา
  • ผลการเรียน
  • หลักฐานทุนหรือผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย

ผู้เกษียณ:

  • หลักฐานเงินบำนาญหรือรายได้หลังเกษียณ
  • Bank Statement แสดงความมั่นคงทางการเงิน

หมวด 4: หลักฐานความผูกพันกับประเทศไทย (สำคัญที่สุด)

นี่คือกุญแจสำคัญที่สุด เจ้าหน้าที่ต้องการมั่นใจ 100% ว่าคุณจะกลับไทย ไม่ได้ตั้งใจอยู่เกินกำหนด เอกสารที่ช่วยได้:

  • โฉนดที่ดิน หรือสัญญาเช่าบ้าน/คอนโด
  • ทะเบียนสมรส และ/หรือ เอกสารครอบครัวที่อยู่ในไทย
  • ทะเบียนบ้านในประเทศไทย
  • กรมธรรม์ประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพในไทย
  • เอกสารกรรมสิทธิ์รถยนต์
  • หลักฐานกิจกรรมในชุมชนหรือองค์กร (ถ้ามี)

หมวด 5: เอกสารการเดินทาง

  • Flight Reservation (การยืนยันเที่ยวบินไป-กลับ)
  • Hotel Reservation หรือแผนที่พักตลอดการเดินทาง
  • Travel Itinerary แผนการเดินทางรายวัน
  • หลักฐานกิจกรรม เช่น ตั๋ว Disney, Universal Studios, บัตรงาน FIFA World Cup 2026 ฯลฯ

ขั้นตอนการยื่นขอวีซ่า B1/B2 Step by Step

ขั้นตอนที่ 1: กรอกแบบฟอร์ม DS-160 ออนไลน์

ไปที่เว็บไซต์ ceac.state.gov กรอกข้อมูลส่วนตัว ประวัติการทำงาน ข้อมูลครอบครัว และวัตถุประสงค์การเดินทางให้ครบถ้วน สำคัญมาก อัปโหลดรูปถ่ายตามมาตรฐาน และ save application ID ไว้เสมอ เพราะถ้าเบราว์เซอร์ปิดระหว่างกรอก สามารถกลับมาต่อได้ด้วย ID นี้

เคล็ดลับ DS-160:

  • อย่ากรอกข้อมูลเกินจริงหรือแต่งขึ้น ระบบ AI ของสถานทูตตรวจจับความไม่สอดคล้องได้
  • ทุกข้อต้องตรงกับเอกสารที่จะนำไปยื่น
  • ประวัติการเดินทางต้องกรอกให้ครบ รวมถึงวีซ่าที่เคยถูกปฏิเสธในอดีต

ขั้นตอนที่ 2: ชำระค่าธรรมเนียม MRV $185

ชำระผ่านระบบ ustraveldocs.com สำหรับประเทศไทย สามารถชำระด้วยบัตรเครดิต/เดบิต หรือโอนเงินผ่านธนาคารตามที่ระบบกำหนด เก็บใบเสร็จไว้ด้วย ใบเสร็จมีอายุ 1 ปีจากวันชำระ ต้องจองนัดสัมภาษณ์ภายในกรอบเวลานี้

ขั้นตอนที่ 3: จองนัดสัมภาษณ์

ล็อกอินที่ ustraveldocs.com เลือกวันและเวลาที่ต้องการ ระยะรอนัดขึ้นอยู่กับช่วงเวลา ปัจจุบันตรวจสอบได้จากเว็บไซต์สถานทูต สถานที่สัมภาษณ์มี 2 แห่ง คือ สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ ถนนวิทยุ และสถานกงสุลสหรัฐฯ เชียงใหม่

แนะนำ: จองล่วงหน้าให้มากที่สุด อย่ารอจนใกล้วันเดินทาง เพราะหากถูกปฏิเสธและยื่นใหม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและรอนัดใหม่อีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 4: เตรียมเอกสารและฝึกสัมภาษณ์

จัดเรียงเอกสารให้เป็นระเบียบ และฝึกตอบคำถามสัมภาษณ์ล่วงหน้า (ดูคำถามและวิธีตอบในหัวข้อถัดไป)

ขั้นตอนที่ 5: วันสัมภาษณ์จริง

ไปถึงสถานทูตก่อนเวลานัดอย่างน้อย 30 นาที นำเอกสารต้นฉบับและสำเนาครบทุกชุด สัมภาษณ์ใช้เวลาเพียง 3-5 นาที เจ้าหน้าที่จะถาม 8-15 คำถาม

สิ่งที่ต้องนำไปวันสัมภาษณ์:

  • พาสปอร์ตตัวจริง (รวมเล่มเก่า)
  • DS-160 confirmation page (พิมพ์)
  • ใบเสร็จค่าธรรมเนียม (พิมพ์)
  • ใบยืนยันนัดสัมภาษณ์ (พิมพ์)
  • รูปถ่ายสำรอง 1-2 ใบ
  • เอกสารสนับสนุนทั้งหมด จัดแยกหมวดหมู่

ขั้นตอนที่ 6: รอผลและรับพาสปอร์ต

หากได้รับการอนุมัติ เจ้าหน้าที่จะเก็บพาสปอร์ตไว้และจัดส่งคืนภายใน 3-5 วันทำการ พร้อมวีซ่าที่ประทับในพาสปอร์ต บางกรณีอาจมี Administrative Processing ที่ต้องใช้เวลาเพิ่มเติม 2-4 สัปดาห์


ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ต้องเตรียม

รายการราคา (USD)ราคา (บาท)
ค่าธรรมเนียม MRV (ทุกคน เท่ากันหมด)$185~6,700 บาท
Visa Integrity Fee (ยังไม่เก็บ ณ ปัจจุบัน)$250~9,000 บาท
ค่าจัดส่งพาสปอร์ตคืน (Courier)~$10-15~400-550 บาท
ค่าเตรียมเอกสาร/แปลเอกสาร (ถ้าใช้บริการ)แล้วแต่แล้วแต่
สำคัญ: ค่าธรรมเนียม MRV ไม่คืนเงินในทุกกรณี แม้วีซ่าไม่ผ่าน

เทคนิคสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกาอย่างไรไม่ให้ตื่นเต้น

ทำความเข้าใจก่อน: การสัมภาษณ์คืออะไรจริงๆ?

การสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา ไม่ใช่การทดสอบความฉลาด ไม่ใช่การทดสอบภาษาอังกฤษ และไม่ใช่การสอบปากคำ แต่คือ "การประเมินความน่าเชื่อถือ" เจ้าหน้าที่ได้อ่านไฟล์ DS-160 ของคุณก่อนแล้ว การสัมภาษณ์เป็นการยืนยันว่าสิ่งที่กรอกในฟอร์มตรงกับคำพูดและตัวตนจริงของคุณ

ใช้เวลาเพียง 3-5 นาที ถามประมาณ 8-15 คำถาม ที่หน้าต่างกระจก ไม่ได้อยู่ในห้องปิดแต่อย่างใด


คำถามสัมภาษณ์จริงที่ถามบ่อยที่สุด พร้อมวิธีตอบที่ได้ผล

กลุ่มที่ 1: วัตถุประสงค์การเดินทาง

Q: What is the purpose of your visit to the United States?

วิธีตอบที่ดี: ตอบตรงและกระชับ เช่น "I'm going for tourism. I plan to visit New York, Los Angeles, and Las Vegas for 14 days." อย่าพูดยาวเกินไป ตอบให้ตรงคำถาม

Q: Where will you go in the US? What will you do?

วิธีตอบ: ระบุเมืองและกิจกรรมหลักที่วางแผนไว้ เช่น "I will visit Times Square in New York, the Grand Canyon in Arizona, and Universal Studios in Los Angeles." แสดงว่าวางแผนมาชัดเจน

Q: Who will you travel with?

วิธีตอบ: ตอบตามความจริง หากไปคนเดียว ก็บอกว่าไปคนเดียว หากไปกับเพื่อน ระบุว่าเพื่อนเป็นใคร ทำอาชีพอะไร


กลุ่มที่ 2: ระยะเวลาและแผนการกลับไทย

Q: How long do you plan to stay?

วิธีตอบ: ระบุจำนวนวันให้ตรงกับ itinerary เช่น "I plan to stay for 14 days, from August 10 to August 24." ห้ามตอบกว้างๆ เช่น "about a month"

Q: When will you return to Thailand?

วิธีตอบ: ระบุวันกลับชัดเจน พร้อมเหตุผลที่ต้องกลับ เช่น "I will return on August 24. I have to be back at work on August 25."

Q: Do you fear returning to Thailand? (คำถามใหม่ปี 2025-2026) วิธีตอบ: "No, absolutely not. I have my family, my job, and my home in Thailand. I look forward to coming back." ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจและเป็นธรรมชาติ


กลุ่มที่ 3: การงานและการเงิน

Q: What do you do for work?

วิธีตอบ: ระบุตำแหน่งและบริษัทชัดเจน เช่น "I work as a Marketing Manager at ABC Company in Bangkok. I've been there for 5 years."

Q: Who is paying for your trip?

วิธีตอบ: "I'm paying for it myself." แล้วระบุว่ามีเงินเพียงพอ "I have saved money specifically for this trip." ถ้ามี sponsor ให้บอกชื่อและความสัมพันธ์

Q: How much money do you have for this trip?

วิธีตอบ: ตอบด้วยตัวเลขโดยประมาณ เช่น "I have approximately $8,000 in my bank account, and I've budgeted about $5,000 for this trip."


กลุ่มที่ 4: ความผูกพันกับประเทศไทย

Q: Do you have family in Thailand?

วิธีตอบ: "Yes, my parents and siblings all live in Bangkok. I visit them regularly." ยิ่งครอบครัวอยู่ไทยมาก ยิ่งดี

Q: Do you own property in Thailand?

วิธีตอบ: "Yes, I own a condominium in Bangkok where I currently live." หรือ "Yes, my family owns a house in Bangkok." หากไม่มีกรรมสิทธิ์ ให้พูดถึงสัญญาเช่าหรือที่อยู่อาศัยปัจจุบัน

Q: Have you ever been to the US before?

วิธีตอบ: ตอบตามความจริง ถ้าไม่เคย บอกตรงๆ ว่า "No, this will be my first time." ถ้าเคย บอกว่าไปเมื่อไหร่และกลับตามกำหนดทุกครั้ง


กลุ่มที่ 5: คำถามเกี่ยวกับประวัติวีซ่า

Q: Have you ever been refused a visa to any country?

วิธีตอบ: ตอบตามความจริงเสมอ ถ้าเคยถูกปฏิเสธ ให้บอกตรงๆ ว่าเมื่อไหร่ ประเทศไหน และครั้งนี้เตรียมตัวอย่างไรต่างจากครั้งก่อน การโกหกตรงนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรงมาก


10 เทคนิคทำให้สัมภาษณ์ผ่านง่ายขึ้น

เทคนิคที่ 1: ตอบสั้น ตรง ชัด

เจ้าหน้าที่สัมภาษณ์ผู้สมัครหลายสิบคนต่อวัน เขาไม่ต้องการฟังเรื่องราวยาวๆ ตอบตรงคำถาม ถ้าต้องการรายละเอียดเพิ่ม เขาจะถามเอง

เทคนิคที่ 2: ภาษาอังกฤษไม่คล่องไม่เป็นไร

คุณสามารถขอล่ามภาษาไทยได้ที่สถานทูตกรุงเทพฯ การพูดอังกฤษไม่คล่องไม่ได้ทำให้วีซ่าไม่ผ่าน แต่การโกหกต่างหากที่ทำให้ไม่ผ่าน

เทคนิคที่ 3: เตรียมเอกสารในลำดับที่เข้าถึงง่าย

จัดเอกสารในแฟ้มแยกหมวด เพราะถ้าเจ้าหน้าที่ขอดูอะไร คุณต้องหาเจอทันที การควักหาเอกสารนานๆ ทำให้ดูไม่มั่นใจ

เทคนิคที่ 4: แต่งตัวสุภาพเรียบร้อย

ไม่ต้องสูท แต่ควรดูสะอาดสุภาพ เช่น เสื้อเชิ้ต กางเกงทางการ เป็นต้น การแต่งกายสะท้อนความจริงจัง

เทคนิคที่ 5: ฝึกซ้อมก่อนวันจริง

ลองให้เพื่อนหรือครอบครัวถามคำถามเหล่านี้กับคุณ ฝึกตอบจนรู้สึกเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ท่อง แต่เป็นการตอบจากข้อเท็จจริงที่คุณรู้จริง

เทคนิคที่ 6: รู้ itinerary ของตัวเองให้ดี

เจ้าหน้าที่อาจถามรายละเอียด เช่น พักที่ไหนใน NY คืนแรก หรือมีแผนไปไหนวันที่ 3 คุณต้องตอบได้ทันที ถ้าตอบไม่ได้ดูเหมือนว่าไม่ได้วางแผนจริง

เทคนิคที่ 7: สบตาและพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

น้ำเสียงสั่น สายตาหลบ หรือตอบช้าเกินไป สร้างความสงสัย ฝึกพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ต้องยิ้มตลอดเวลา แต่ต้องดูสบายใจและตรงไปตรงมา

เทคนิคที่ 8: อย่าอาสาข้อมูลที่ไม่ได้ถาม

ตอบเฉพาะสิ่งที่ถาม อย่าพูดข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจสร้างคำถามใหม่โดยไม่จำเป็น เช่น ถ้าถามว่าไปทำอะไร ก็บอกแค่ว่าท่องเที่ยว ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยว

เทคนิคที่ 9: ซื่อสัตย์ 100% ทุกคำตอบ

ระบบตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ มีฐานข้อมูลทั่วโลก ถ้าโกหกแม้เรื่องเล็กน้อย และถูกจับได้ จะโดนแบนการขอวีซ่าสหรัฐฯ อย่างถาวร ซื่อสัตย์เสมอ แม้ประวัติของคุณไม่สมบูรณ์แบบ

เทคนิคที่ 10: ถ้าไม่เข้าใจคำถาม ให้ขอถามซ้ำ

พูดว่า "I'm sorry, could you please repeat that?" ดีกว่าตอบผิดเพราะเดาคำถามไม่ถูก เจ้าหน้าที่เข้าใจและจะพูดซ้ำหรืออธิบายได้


สาเหตุที่วีซ่าอเมริกาไม่ผ่าน และวิธีป้องกัน

สาเหตุที่ถูกปฏิเสธวิธีป้องกัน
ไม่สามารถพิสูจน์ว่าจะกลับไทยเตรียมหลักฐานความผูกพัน: งาน, ครอบครัว, ทรัพย์สิน
หลักฐานการเงินไม่เพียงพอBank Statement ชัดเจน ยอดพอเหมาะกับระยะเวลาเดินทาง
DS-160 ไม่ตรงกับคำพูดในสัมภาษณ์ทบทวน DS-160 ก่อนสัมภาษณ์ให้จำได้ทุกข้อ
ประวัติอยู่เกินวีซ่าในอเมริกาหรือประเทศอื่นไม่มีทางป้องกันย้อนหลัง ต้องอธิบายและแสดงว่าครั้งนี้ต่างออกไป
คำตอบขัดแย้งกัน ดูไม่น่าเชื่อถือฝึกซ้อมและรู้แผนการเดินทางของตัวเองจริงๆ
ประวัติวีซ่าถูกปฏิเสธในอดีตหลายครั้งแก้จุดอ่อนที่ทำให้ไม่ผ่านก่อนยื่นใหม่

FAQ คำถามที่พบบ่อย

ถาม: คนไทยมีอัตราการได้วีซ่าอเมริกาเท่าไหร่?

ตอบ: ปี 2024 อัตราการอนุมัติ B1/B2 ทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 74% อัตราของคนไทยขึ้นอยู่กับโปรไฟล์ของแต่ละคน แต่โดยทั่วไปคนที่มีงานมั่นคง มีทรัพย์สินในไทย และมีประวัติการเดินทางที่ดีมักผ่าน

ถาม: ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินจริงก่อนสัมภาษณ์ไหม?

ตอบ: ไม่จำเป็น สามารถใช้ Flight Reservation แสดงแผนการเดินทางได้โดยไม่ต้องซื้อตั๋วจริง ซึ่งช่วยประหยัดในกรณีที่วีซ่าไม่ผ่าน

ถาม: ถ้าวีซ่าไม่ผ่านครั้งแรก ยื่นใหม่ได้เลยไหม?

ตอบ: ได้ แต่ต้องเสียค่าธรรมเนียม $185 ใหม่ และควรแก้ไขจุดอ่อนที่ทำให้ไม่ผ่านก่อน อย่ายื่นใหม่ทันทีโดยไม่ปรับปรุงอะไร

ถาม: สัมภาษณ์เป็นภาษาไทยได้ไหม?

ตอบ: ได้ สถานทูตกรุงเทพฯ มีเจ้าหน้าที่หรือล่ามภาษาไทย สามารถขอใช้ล่ามได้ระหว่างการสัมภาษณ์

ถาม: FIFA World Cup 2026 ช่วยเพิ่มโอกาสได้วีซ่าไหม?

ตอบ: การมีตั๋ว FIFA World Cup 2026 เป็นหลักฐานวัตถุประสงค์การเดินทางที่ชัดเจนมาก และช่วยสนับสนุนใบสมัครได้อย่างดี เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพ World Cup ปีนี้ร่วมกับแคนาดาและเม็กซิโก

ถาม: เด็กต้องเข้าสัมภาษณ์ด้วยไหม?

ตอบ: เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี มักได้รับการยกเว้นการสัมภาษณ์ แต่ต้องมีผู้ปกครองมาด้วย ตรวจสอบกับสถานทูตก่อนนัดหมาย


สรุป Checklist ก่อนวันสัมภาษณ์

  • DS-160 confirmation page (พิมพ์)
  • ใบเสร็จค่าธรรมเนียม MRV (พิมพ์)
  • ใบยืนยันนัดสัมภาษณ์ (พิมพ์)
  • พาสปอร์ตตัวจริงทุกเล่ม
  • รูปถ่ายสำรอง
  • Bank Statement 6 เดือน
  • หนังสือรับรองการทำงาน (ภาษาอังกฤษ)
  • หลักฐานความผูกพันกับไทย
  • Flight Reservation + Hotel Reservation
  • Travel Itinerary

BKK AIR ช่วยคุณได้อย่างไร?

BKK AIR ช่วยเตรียมเอกสารสำหรับยื่นวีซ่าอเมริกาครบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น:

  • Flight Reservation สำหรับแสดงในสัมภาษณ์ ไม่ต้องซื้อตั๋วจริง
  • Hotel Reservation ยืนยันที่พักตลอดการเดินทาง
  • Travel Itinerary แผนการเดินทางรายวันที่ดูมืออาชีพ
  • Document Translation แปลเอกสารภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ

ส่งคำขอได้ที่ bkkair.com ทีมงานติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง


*บทความนี้อัปเดต ณ กรกฎาคม 2026 นโยบายวีซ่าสหรัฐฯ อาจเปลี่ยนแปลงโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า แนะนำตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่ th.usembassy.gov และ travel.state.gov ก่อนยื่นเสมอ*

BKK AIR Travel Brief

Newsletter signup placeholder for visa, insurance, translation, and flight booking updates.

Comments

Comments are disabled for launch and can be connected later.

Related Articles

Automatically selected by shared category and tags.

Latest Articles

วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ยื่นยังไงให้ผ่านในครั้งเดียว? (ฉบับปี 2026)
Visa Guide
25 ก.ค. 25699 min read

วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ยื่นยังไงให้ผ่านในครั้งเดียว? (ฉบับปี 2026)

คู่มือวีซ่าเชงเก้นปี 2026 สำหรับคนไทย ครบทั้งเอกสาร Checklist, Flight Reservation, Hotel Reservation, ประกันเดินทาง, Visa Cascade, EES และเทคนิคยื่นให้ผ่านครั้งแรก

Schengen VisaEuropeVisa
เจาะลึกการขอวีซ่าออสเตรเลีย (Subclass 600) ยื่นออนไลน์ง่ายๆ ด้วยตัวเอง
Visa Guide
25 ก.ค. 25692 min read

เจาะลึกการขอวีซ่าออสเตรเลีย (Subclass 600) ยื่นออนไลน์ง่ายๆ ด้วยตัวเอง

คู่มือขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลีย Subclass 600 ออนไลน์ผ่าน ImmiAccount พร้อมขั้นตอนการอัปเดตเอกสารและการเก็บข้อมูลชีวมิติ VFS

Australia VisaSubclass 600Online Application
คู่มือขอวีซ่าอังกฤษ (UK Visitor Visa) เตรียมเอกสารยังไงให้เป๊ะ 100%
Visa Guide
25 ก.ค. 25691 min read

คู่มือขอวีซ่าอังกฤษ (UK Visitor Visa) เตรียมเอกสารยังไงให้เป๊ะ 100%

คู่มือขอวีซ่าอังกฤษ UK Standard Visitor Visa เตรียมเอกสารทางการเงิน ที่มาของรายได้ และการแปลเอกสารราชการให้เป๊ะ 100%

UK VisaVisitor VisaTravel Documents

Popular Articles